ในยุคที่ AI เก่งจนรู้ว่าคุณมีปัญหา “โรคซึมเศร้า” มากกว่าที่คุณรู้จักตัวเอง…

ไม่มีใครรู้จักเรา ได้เท่ากับตัวเราเองอีกแล้ว… แน่ใจเหรอ??

คำกล่าวนี้อาจจะเป็นความจริงในอดีต

แต่สำหรับอนาคตนั้น มันกำลังจะเปลี่ยนไป

 

AI กับการเก็บข้อมูลผู้ใช้??

ก่อนหน้านี้เราอาจจะคุ้นเคย กับการที่เว็บไซต์ต่างๆ เก็บข้อมูลพฤติกรรม และความสนใจด้านต่างๆ

แลกกับการที่ให้เราใช้งานได้แบบ “ฟรีๆ”

แต่เมื่อคุณไม่ต้องจ่ายเงิน คุณก็จะกลายเป็นสินค้าเสียเอง

เพราะบริษัทจะนำข้อมูลของผู้ใช้ ไปเลือกนำเสนอโฆษณาให้เข้าตรงกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ

จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมโฆษณามันขึ้นกับสิ่งที่เรากำลังหาพูดถึงหรือค้นหาอยู่พอดี

 

พฤติกรรมและความสนใจของผู้ใช้ นำมาสู่การส่งโฆษณาให้ตรงกลุ่ม

 

ยุคก่อนหน้านี้ การวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้งานยังอยู่ในระยะแรก

เพราะฉะนั้นโฆษณาประกันภัยรถยนต์ ก็จะขึ้นมาตอนที่คุณ “พิมพ์ค้นหา” ประกันภัยรถยนต์ไปแล้ว

 

แต่ต่อมาในยุคนี้ เพียงแค่เราโพสต์รูปว่าซื้อรถยนต์คันใหม่อวดคนในโซเชียล

หรือพิมพ์แชทไปบอกเพื่อนผ่านเฟซบุ๊กว่าซื้อรถใหม่แล้วนะ

ก็จะมีโฆษณาประกันภัยรถยนต์มาเสิร์ฟให้คุณ โดยที่คุณยังไม่ทันพิมพ์ค้นหาประกันเสียด้วยซ่ำ

 

ซึ่งการพัฒนาของ AI ติดตามพฤติกรรมผู้ใช้และวิเคราะห์ข้อมูลนี้

ก็เก่งขนาดที่สามารถบอกได้ว่าคุณกำลังมีความเสี่ยงของ “โรคซึมเศร้า” ได้อีกด้วย!!

 

อ่าว… มันรู้ได้อย่างไร??

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 มีการเริ่มทดลองของมหาวิทยาลัย Pennsylvania

โดยใช้ระบบ Machine Learning วิเคราะห์พฤติกรรมของอาสาสมัคร 683 คนที่เข้าร่วมโครงการ

การทดลองนี้ไม่ได้ทำเพียงแค่ช่วงสั้นๆ

เพราะต้องใช้เวลาถึง 7 ปี กับการปล่อยให้อาสาสมัครได้ใช้งานโซเชียล และโพสต์สิ่งต่างๆ เป็นจำนวนรวมกันถึง 500,000 โพสต์

ในระหว่างการเก็บข้อมูล มีอาสาสมัคร 114 คน จาก 683 คน

ที่เขาพบจิตแพทย์เพื่อปรึกษาหรือรักษาโรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้น

นักวิจัยจึงโฟกัสไปยังข้อมูลของคนกลุ่มนี้มากเป็นพิเศษ และส่งต่อให้ระบบอัลกอริทึมประมวลผล

 

ซึ่งจากข้อมูลตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันก็ได้ค้นพบว่า…

คนที่กำลังมีปัญหาด้านสุขภาพจิต จะมีพฤติกรรมการใช้งาน กดอ่านเนื้อหาต่างๆ และแสดงออกผ่านการโพสต์ที่สังเกตได้

โดยเฉพาะกลุ่มของคนที่มีแนวโน้มของโรคซึมเศร้า

จะโพสต์คำว่า pain, tears, cry และคำอื่นๆ ที่แสดงออกถึงความเศร้าในตัวมากขึ้นกว่าปกติ

 

คำศัพท์ต่างๆ ถูกแบ่งออกเป็น 5 หมวดหมู่

 

จากนั้นพวกเขาก็นำข้อมูลที่ได้ มาสร้างเป็นระบบทำนายคนที่จะเป็นโรคซึมเศร้า

ซึ่งทางทีมวิจัยบอกว่าระบบนี้ สามารถบอกล่วงหน้าได้นานถึง 6 เดือน

ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัว แล้วไปพบแพทย์ในท้ายที่สุด…

 

การใช้ AI กับโลกโซเชียลยังไม่ได้มีเพียงเท่านี้…

นอกจากใช้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้เพื่อลงโฆษณา หรือทำนายโรคซึมเศร้าแล้ว

ทาง Facebook ก็ยังมีระบบอื่น อย่างเช่น การวิเคราะห์คนกำลังจะฆ่าตัวตาย

หากมีคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย แล้วส่งข้อความบอกลาคนอื่น หรือโพสต์ในเชิงบอกลาว่าจะฆ่าตัวตาย

ระบบจะส่ง Notification ไปที่บุคคลนั้น นำเสนอทางออกอื่น

ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาเบื้องต้น แนะนำบทความให้อ่าน หรือให้ติดต่อไปยังคนที่ระบบประเมินว่าเป็นคนสนิท

พร้อมกับแจ้งเตือนไปยังคนสนิทของผู้ที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ให้รู้ว่าเพื่อนของเขากำลังมีปัญหา แล้วเข้าไปช่วยได้ทันท่วงที่

ซึ่งการที่ได้คุยกับคนสนิทที่เขาเชื่อใจจริงๆ อาจจะเปลี่ยนใจพวกเขาได้ทันเวลาก็เป็นได้

 

นอกจากนี้ Facebook ยังมีการนำ AI มาเรียนรู้การวิเคราะห์เนื้อหาความรุนแรงต่างๆ โดยเฉพาะความรุนแรงต่อเด็ก

ถ้านับเฉพาะในไตรมาสสามที่ผ่านมา (เดือนกรกฎาคม-กันยายน)

พวกเขาบอกว่าระบบได้แบนเนื้อหาที่มีความรุนแรงหรือล่วงละเมิดต่อเด็กถึง 8,700,000 โพสต์

โดยสามารถทำได้อย่างอัตโนมัติ ไม่ต้องรอให้ผู้ใช้แจ้งเข้ามาก่อนอีกด้วย

ซึ่งนั่นจะเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น และกระทบกระเทือนต่อสภาพจิตใจของผู้ใช้คนอื่นๆ อีกด้วย

 

เมื่อ AI วิเคราะห์คุณได้ดีกว่าผู้เชี่ยวชาญทุกด้าน..??

 

ในยุคที่ AI อาจจะรู้จักเรา มากกว่าตัวเราเอง??

แม้สมองของมนุษย์จะมีการจดจำที่ดีมาก แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตและสภาพแวดล้อม

ทำให้เรื่องที่ถูกจัดว่า “ไม่มีความสำคัญ” จะถูกลืมเลือนไปและนึกขึ้นมาไม่ได้

ตัวอย่างเช่น ถ้ามันไม่ใช่วันสำคัญอย่าง วันเกิด วันรับปริญญา คุณจะจำไม่ได้ว่าวันนี้ของปีก่อน โพสต์เรื่องอะไรไปบนโซเชียล

แต่ระบบติดตามพฤติกรรมผู้ใช้ จะเก็บรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องสำคัญมากหรือน้อย

และสามารถใช้ข้อมูลทุกอย่าง มาวิเคราะห์เป็นตัวตนของคุณ

ประเมินได้ว่าตัวคุณชอบอะไร คุณคิดจะทำอะไร หรือคุณกำลังมีปัญหาอะไร

ซึ่งบางครั้งข้อมูลตรงจุดนี้ ตรงกับ “ความเป็นจริงของคุณ” มากกว่าที่คุณคิดไว้เสียอีก

 

แม้ตอนนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

แม้จะยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคน หรือทำนายอะไรได้แบบ 100%

แต่ในอนาคต ใครจะรู้ว่าถ้าระบบมีความสามารถมากขึ้น สามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลได้ดีขึ้นกว่าเดิม

และสามารถเรียนรู้ “ตัวตนของมนุษย์” ได้ดียิ่งขึ้น

โอกาสที่ AI จะสร้างตัวตนขึ้นมาแบบมนุษย์ คิดแบบมนุษย์ หรือคิดล้ำหน้าไปกว่ามนุษย์

ก็มีสิทธิ์เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน… คุณคิดว่าอย่างไร??

 

 

ติดตาม Billionaire Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionairethai/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/BillionaireThai

– ถ้าเล่นแต่ไลน์ ก็ส่งบทความให้คุณทุกวันที่ @BillionaireMindset

– ติดตามเพจ Billionaire Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

futurism.com/the-byte/ai-depressed-facebook-posts

www.pnas.org/content/early/2018/10/09/1802331115

ahead.asia/2018/10/19/ai-depressed-prediction/

https://techcrunch.com/2018/10/24/facebook-says-it-removed-8-7m-child-exploitation-posts-with-new-machine-learning-tech/

แสดงความคิดเห็น...

SHARE

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ...