Dietrich Mateschitz ชายผู้พา “กระทิงแดง” สู่ระดับโลก จนกลายเป็นเศรษฐี 750,000 ล้าน

คนไทยคงจะคุ้นเคยกับเครื่องดื่ม “กระทิงแดง” เป็นอย่างดีใช่ไหมครับ

แล้วก็น่าจะรู้ว่าต่างประเทศเนี่ย มีเครื่องดื่ม “Red Bull” อันโด่งดัง

ซึ่งจะว่าไปแล้ว ทั้งกระทิงแดงไทย และกระทิงแดงนอก จะถือว่าเป็นธุรกิจลูกพี่ลูกน้องกันก็ได้

แต่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ไปทั่วโลกของสองแบรนด์นี้ จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าไม่มีชายที่ชื่อว่า Dietrich Mateschitz

 

 

ย้อนตำนานผู้พากระทิงแดงไปสู่แบรนด์ระดับโลก

– ในปี 1976 กระทิงแดง ถูกวางตลาดในฐานะ “เครื่องดื่มชูกำลัง” เป็นที่ฮิตในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน และคนขับรถ เพราะมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ แถมดื่มแล้วทำให้ตื่นตัว มีแรงทำงาน

– ต่อมาปี 1982  คุณ Dietrich Mateschitz  ชาวออสเตรียที่ทำงานให้กับบริษัทเยอรมัน ได้มีโอกาสบินมาทำธุรกิจในไทย

– เขาได้ค้นพบว่า กระทิงแดงเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้เขาหายจากอาการเจ็ทแล็ก และมีความสนใจในผลิตภัณฑ์นี้

– ไม่รอช้า คุณ Dietrich เข้าไปพบคุณเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของกระทิงแดง หารือเรื่องเอาไปขายต่างประเทศในทันที

– หลังจากใช้เวลาพูดคุยเจรจากันนับปี ในที่สุดบริษัท Red Bull GmbH ก็ถือกำเนิดในปี 1984

– โดยที่คุณเฉลียว และคุณ Dietrich ลงเงินกันฝ่ายละ 500,000 ดอลลาร์ ถือหุ้นกันคนละ 49%

– ส่วนอีก 2% ที่เหลือ ตกลงให้เป็นหุ้นของคุณเฉลิม อยู่วิทยา ลูกชายของคุณเฉลียว

– โดยมีข้อแม้ว่า การบริหารบริษัทนี้จะเป็นหน้าที่ของคุณ Dietrich ทั้งหมด ในชื่อแบรนด์ Red Bull

 

 

ความสำเร็จของ Red Bull ในตลาดระดับโลก

– คุณ Dietrich ยังไม่วางขายทันที แต่ใช้เวลาถึง 3 ปีในการปรับสูตรให้เหมาะกับคนยุโรป สุดท้ายก็ได้สูตรที่หวานน้อยลง และมีการอัดก๊าซเข้าไปให้ซ่าขึ้น

– ปี 1987 Red Bull วางจำหน่ายในออสเตรีย

– ตรงกันข้ามกับในไทยที่เล็งไปยังตลาดคนใช้แรงงาน แต่ Red Bull กลับเล็งไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่อยากลิ้มลองของแปลกใหม่ เป็นการวางตัวในตลาดที่สูงกว่า

– ซึ่งจุดนี้จะเป็นผลดีกับบริษัทในภายหลัง รออ่านต่อครับ…

– ในปี 1992 เริ่มทำตลาดในยุโรป โดยเริ่มจากฮังการี และสโลเวเนีย ซึ่งเป็นประเทศใกล้เคียง

– จนกระทั่งโด่งดังไปทั่วยุโรปในช่วงต้นยุค 90

– จากนั้นปี 1997 Red Bull กล้าไปตีตลาดสหรัฐอเมริกา ผ่านทางคนรุ่นใหม่ในรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นแห่งแรก และก็ประสบความสำเร็จเกินคาด

– เนื่องจากเป็นของใหม่ คู่แข่งมีเจ้าเล็กเจ้าน้อย ทำให้ Red Bull ครองส่วนแบ่ง 75% ของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังได้ภายในปีเดียว

– ช่วงยุค 2000 เริ่มทำตลาดไปยังฝั่งตะวันออกกลาง และเอเชีย

– ซึ่งย้อนไปนิดในปี 1995 ทางกระทิงแดงก็ได้เซ็นต์สัญญาเข้าไปวางขายในจีนอยู่แล้ว

– กระทั่งปี 2004 ทาง Red Bull ก็ได้สิทธิ์เข้าไปขายอีกราย

– นั่นทำให้ในหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะแถบเอเชีย ตลาดล่างถูกครองด้วยกระทิงแดง ส่วนตลาดสูงขึ้นมาอีกระดับ ก็เป็นผลิตภัณฑ์ Red Bull นั่นเอง

 

ภาพลักษณ์ของ Red Bull คือความเอ็กซ์ตรีม

 

Red Bull ร่ำรวยมากแค่ไหน??

แม้ Red Bull จะเป็นบริษัทในยุโรป ที่บริหารโดยคุณ Dietrich

แต่ทางเทคนิคแล้วตระกูลอยู่วิทยาก็ถือหุ้นรวม 51%

นั่นทำให้ความร่ำรวยที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อทรัพย์สินของทั้งคุณ Deitrich รวมถึงคุณเฉลียว (ซึ่งเป็นของคุณเฉลิมในปัจจุบัน)

 

รายได้ของ Red Bull ในปีล่าสุดอยู่ที่ 233,000 ล้านบาท

ด้วยยอดขายกว่า 6.5 ล้านกระป๋อง ใน 171 ประเทศทั่วโลก

ส่งผลให้คุณ Dietrich Mateschitz เป็นคนรวยอันดับ 37 ของโลก ด้วยทรัพย์สิน 750,000 ล้านบาท

ขณะที่คุณเฉลิม อยู่วิทยา ก็เป็นคนรวยอันดับ 3 ของประเทศไทย ทรัพย์สิน 680,000 ล้านบาท

ไม่น้อยหน้าไปกว่ากันเลย!!

 

บทเรียนจาก “กระทิงแดง” และ “Red Bull” สอนเราเรื่องการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี

ถ้าไม่มีไอเดียของคุณเฉลียว ก็คงไม่มีกระทิงแดงถือกำเนิดขึ้น

ถ้าไม่ได้คุณ Dietrich บริษัทก็อาจจะไม่สร้างยอดขายไประดับโลก

และสำคัญมากคือ ถ้าทั้งสองคนตกลงกันไม่ได้ ล้มเลิกแผนธุรกิจนี้ไป

วันนี้ Red Bull ก็คงไม่มี หรือกระทิงแดงก็คงขายในไทย อาจทำให้ “ตระกูลอยู่วิทยา” ไม่รวยมั่งคั่งได้ขนาดนี้

 

ในเรื่องของธุรกิจ นอกจากไอเดีย หรือเทคนิคการขายแล้วนั้น “คอนเนคชั่น” ก็เป็นสิ่งสำคัญ

บางครั้งมันสำคัญกว่าการมีสินค้าที่ดีเสียอีก

สินค้าที่ดีมาก แต่ไม่มีคนรู้จักเลย ก็ย่อมไม่มีใครซื้อ

สินค้าดีน้อยลงมาหน่อย แต่มีเครือข่ายเยอะ คนรู้จักเพียบ ก็ย่อมขายได้

อย่าลืมให้ความสำคัญกับคอนเนคชั่นมากๆ

และถ้าใครมีโอกาสได้มันมาแล้ว ก็จงรักษามันให้ดีที่สุดนะครับ….

 

 

ที่มา:

https://energydrink-us.redbull.com/en/red-bull-history

https://www.statista.com/statistics/275163/red-bulls-number-of-cans-sold-worldwide/

https://www.forbes.com/thailand-billionaires/list/

https://www.forbes.com/billionaires/list/

https://en.wikipedia.org/wiki/Red_Bull_GmbH

แสดงความคิดเห็น...

SHARE

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ...