อธิบาย “การประท้วงภาษีน้ำมัน” ในประเทศฝรั่งเศส ให้คุณเข้าใจง่ายๆ

เกิดอะไรขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส!?

เมื่อกลุ่มผู้ประท้วงที่ใช้เสื้อกั๊กสะท้อนแสงเป็นสัญลักษณ์ ออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาล

โดยบอกว่านโยบายขึ้นภาษีน้ำมันดีเซลของรัฐบาล เป็นการบริหารงานที่ผิดพลาด ส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนในประเทศ

พร้อมกับเรียกร้องให้ประธานาธิบดี Emmanuel Macron ลาออกจากตำแหน่ง

 

ความท้าทายที่สำคัญของ Emmanuel Macron

 

ทำไมต้องขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล??

ประเทศฝรั่งเศส มีนโยบายสนับสนุนพลังงานทดแทน โดยเฉพาะการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า

ในปี 2017 ที่ผ่านมา รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศแผนนำประเทศไปสู่พลังงานทดแทน

ไม่ว่าจะเป็น…

การหยุดให้ใบอนุญาตสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน

การตั้งเป้าจะปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินให้ได้ภายในปี 2022

การตั้งเป้าจะห้ามขายรถยนต์ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงภายในปี 2040

ซึ่งการขึ้นภาษีน้ำมันดีเซลนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่พวกเขาหวังว่าจะทำให้คนในประเทศหันไปใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น

 

เสียงจากผู้ประท้วง…

ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลที่ฝรั่งเศสอยู่ที่ประมาณลิตรละ 56 บาท

เมื่อมองไปที่ตัวเลขราคาน้ำมันดีเซล ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดีเซลในฝรั่งเศสสูงขึ้นไปแล้วเกือบ 25%

และนโยบายล่าสุดที่ประกาศขึ้นภาษีน้ำมันอีกลิตรละ 2.50 บาท หลังจากวันปีใหม่ปี 2019

ซึ่งพอมีข่าวออกมาก ก็เหมือนฟางเส้นสุดท้ายของหลายๆ คน จนเกิดกระแสความไม่พอใจไปทั่วประเทศฝรั่งเศส

ผู้ประท้วงมองว่านั่นคือนโยบายที่ทำให้ “ค่าครองชีพ” ของชนชั้นรากหญ้าแพงขึ้นอย่างชัดเจน

ส่งผลโดยตรงไปถึงเหล่าเกษตรกร คนใช้แรงงาน หรือผู้อยู่อาศัยในแถบชนบท

แน่นอนว่าพวกเขาอาจจะรักสิ่งแวดล้อม แต่ก็รับไม่ได้ถ้านโยบายด้านสิ่งแวดล้อม จะทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นมาก

โดยมองว่าแนวคิดของรัฐบาลเป็นเรื่องที่มองไปยังอนาคตอย่างเดียว โดยไม่สนใจความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น

นำมาสู่การประท้วงในหลายๆ เมืองของประเทศ

มีการรวมตัวตามสถานที่สำคัญ ปิดถนนเส้นหลักของเมืองเล็กๆ เพื่อกดดันรัฐบาล

รวมถึงการเข้าไปประท้วงบริเวณ “ประตูชัยฝรั่งเศส” และถนนสายช็อปปิ้ง “ฌ็องเซลิเซ่” ในเมืองปารีสด้วยเช่นกัน

 

การประท้วงภายในเมืองปารีส (ภาพจากรอยส์เตอร์)

.

นอกจากปารีสแล้ว ยังมีการชุมนุมประท้วงไปทั่วประเทศอีกด้วย

.

 

ความรุนแรงที่เกิดขึ้น…

การประท้วงในหลายๆ ครั้ง ย่อมหลีกหนีเหตุปะทะ และความรุนแรงไม่พ้น

ไม่ว่าจะเป็นการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมประท้วง กับคนทั่วไปในเมืองเล็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดถนน

หรือจะเป็นเหตุการปะทะในเมืองปารีส ที่ทางการระดมกำลังตำรวจ 3,000 นายมารักษาความปลอดภัย

หลังจากผู้ชุมนุมพยายามพังสิ่งกีดขวางที่ตำรวจกั้นเอาไว้ เพื่อจะเดินทางไปยังสถานที่ราชการสำคัญ

นั่นนำไปสู่การใช้แก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำเพื่อสลายการชุมนุม

 

เสียงสะท้อนจากรัฐบาลฝรั่งเศส…

Emmanuel Macron ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับแกนนำของผู้ประท้วง

และกล่าวโทษฝ่ายค้านด้วยว่าเป็นผู้มีส่วนอยู่เบื้องหลังการประท้วง เพื่อทำลายความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลฝรั่งเศส

แต่หากมองไปยังผลสำรวจบางส่วนก็พบว่า

หลังจากเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2017 แล้วนำเสนอนโยบายปฏิรูปสวัสดิการรัฐ ที่รวมถึงนโยบายด้านภาษีน้ำมัน

ส่งผลให้คะแนนนิยมของเขายังคงลดลงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

 

เป้าหมายในอนาคต vs ชีวิตจริงในปัจจุบัน

หากเรามองไปตอนที่นโยบายเหล่านี้ออกมา ฝรั่งเศสได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลก (โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์)

ในด้านความพยายามนำพาประเทศไปสู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

แต่.. ต้องอย่าลืมว่านั่นคือเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง

ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ ว่า

แม้ภาษีน้ำมัน จะทำให้น้ำมันแพงขึ้น จนคนมองว่าการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าน่าจะดีกว่าในระยะยาว

แต่ความจริงก็คือ ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะพร้อมเปลี่ยนได้ในทันที

และเชื้อเพลิงอย่างน้ำมันดีเซลนั้น ก็เป็นต้นทุนสำคัญอย่างหนึ่งของภาคการผลิต

ถ้าดีเซลแพงขึ้น สินค้าต่างๆ ก็พร้อมจะขึ้นราคาตามไปด้วย จนส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้คือ “ปัญหา” ที่จะเกิดขึ้นระหว่างทางในการเดินไปยัง “เป้าหมาย” ที่รัฐบาลมองไว้

 

ความพยายามผลักดันพลังงานทดแทนของเขา เป็นเรื่องไกลเกินจริงหรือไม่??

 

บทเรียนจากการประท้วงฝรั่งเศส โยงเข้ามาในเรื่องธุรกิจ

มองกลับมายัง “ธุรกิจ” บางครั้งแผนงานของธูรกิจที่มองว่าดี ฟังดูแล้วเข้าท่า เจ้าของธุรกิจก็ชอบ พนักงานต่างก็ชอบ

แต่ต้องอย่าลืมว่า การจะทำตามแผนดังกล่าวนั้นมีความเป็นไปได้มากเพียงใด และจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นระหว่างทางบ้าง

สุดท้ายกว่าจะไปถึง “เป้าหมาย” บางรายก็เจอ “ปัญหา” ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

นั่นเป็นเพราะการขาดความรอบคอบ คิดว่าจะทำธุรกิจได้โดยไม่มีอุปสรรค ประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

นี่คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจเล็กๆ หลายราย เจ๊งไปเสียก่อนจะไปถึงเป้าหมาย

 

เราก็ต้องมารอติดตามกันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นของฝรั่งเศสคราวนี้ จะเป็นเพียงอุปสรรคระหว่างทางไปถึงฝั่งฝัน

หรือจะเป็นบทเรียนแห่งความผิดพลาด จนส่งผลให้ประธานาธิบดี Macron ต้องยอมออกจากตำแหน่งก่อนครบวาระก็เป็นได้…

 

 

ติดตาม Billionaire Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionairethai/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/BillionaireThai

– ถ้าเล่นแต่ไลน์ ก็ส่งบทความให้คุณทุกวันที่ @BillionaireMindset

– ติดตามเพจ Billionaire Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

www.youtube.com/watch?v=gLXs6DCwRwI

http://en.rfi.fr/france/20181124-yellow-vests-gilets-jaunes-paris-protest-diesel-price-clashes

www.globalpetrolprices.com/France/diesel_prices/

www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_1838416

www.bbc.com/thai/international-40519790

แสดงความคิดเห็น...

SHARE

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ...