กรณีศึกษา Luckin Coffee ร้านกาแฟมูลค่า 30,000 ล้าน ทั้งที่เพิ่งเปิดมา 9 เดือน??

คุณคิดว่าถ้าเป็นเจ้าของร้านกาแฟ จะตั้งเป้าขยายสาขาไว้มากแค่ไหน

อาจจะเดือนละ 1-2 สาขา ก็ถือว่าเป็นการเติบโตที่มากแล้ว

แต่ร้านกาแฟแบรนด์ Luckin Coffee ในประเทศจีน มีมากถึง 900 สาขา

ทั้งที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

เท่ากับว่า 9 เดือนที่ผ่านมา เปิดเพิ่มเดือนละ 100 สาขา หรือเฉลี่ยประมาณวันละ 3 สาขา

ทำได้ยังไง ทำไมขยายกิจการได้เร็วขนาดนี้??

 

 

ทำความรู้จัก Luckin Coffee

คุณ Qian Yazhi ก่อตั้งร้านกาแฟดังกล่าว เปิดตัวด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์ของ “ความสะดวก” และ “เข้าถึงได้ง่าย”

โดยจะเน้นการตั้งสาขาในย่านที่เป็นศูนย์กลางของเหล่าคนทำงาน ซึ่งมีอัตราบริโภคกาแฟมากที่สุด

แต่เขาไม่จำเป็นต้องเอาร้านไปอยู่ริมถนนให้คนเห็นเยอะ ซึ่งแลกมากับค่าเช่าที่แพงมาก

เพราะลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ใน 2 รูปแบบ ก็คือ

1. เข้ามาซื้อที่ร้านแบบปกติ และ

2. สั่งผ่านแอพในมือถือ จ่ายเงิน จากนั้นก็เลือกไปรับที่สาขาใกล้ที่สุด หรือจะให้พนักงานไปส่งถึงที่ก็ได้

 

ซึ่งในข้อสองนี่แหละ มันไปตรงกับ “รสนิยมการบริโภค” ของชาวจีนยุคใหม่พอดี

เนื่องจากคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยพกเงินสด จ่ายเงินก็ใช้บัตรเครดิตหรือโทรศัพท์มือถือ

แถมการที่สั่งผ่านแอพได้ มีคนมาส่ง ไม่ต้องออกไปซื้อเอง ก็ยิ่งถูกจริตกันไปอีก

ทำให้ลูกค้าเริ่มสนใจใช้บริการ บอกต่อ และรู้จัก Luckin กันมากขึ้น

 

แต่.. หัวใจหลักของการที่จะทำให้บริการแบบสั่งผ่านแอพ เป็นไปอย่างราบรื่น และสะดวกที่สุด

คือร้านจะต้องมีสาขาจำนวนมากเสียก่อน

เพราะหากลูกค้าอยู่อีกมุมของเมืองแล้วสั่งผ่านแอพ คนส่งก็ต้องไปไกล ใช้เวลาเกินกว่า 30 นาทีที่ตั้งไว้

กาแฟร้อนคงจะเย็นกันก่อนพอดี ส่วนกาแฟเย็นก็อาจจะน้ำแข็งละลายหมดเสียก่อน…

เมื่อมีสาขาเป็นเครือข่ายใยแมงมุมทั่วทั้งเมือง

ทีนี้ไม่ว่าคนสั่งจะอยู่มุมไหนของเมือง ระบบก็จะส่งคำสั่งไปยังร้านที่อยู่ใกล้เคียงที่สุด

ทีนี้เหล่าคนส่งกาแฟ ก็จะสามารถนำไปส่งลูกค้าที่สั่งมาได้โดยเร็วนั่นเอง

 

โดยปกติแล้วเราจะขยายสาขาของร้าน ก็ตอนที่มีกำไร และร้านเดิมเริ่มอยู่ตัวใช่ไหมครับ??

แต่ Luckin Coffee ใช้วิธีขยายสาขาอย่าง “เต็มที่” โดยที่ธุรกิจยังไม่มีกำไรเลยด้วยซ้ำ

พวกเขาไม่รอให้มีกำไร แต่นำไอเดียไปเสนอนักลงทุน เพื่อแลกกับเงินมาขยายสาขา

และนักลงทุนบางคนก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ ธุรกิจเลยขยายไปอย่างรวดเร็ว

 

จากไม่กี่สาขาในเดือนแรก..

กระทั่งเดือนมิถุนายน 2018 นั้นก็ขยายไปมากถึง 500 สาขาใน 13 เมืองใหญ่

และเดือนตุลาคมนี้ ก็กลายมาเป็นเกือบ 900 สาขาเข้าให้แล้ว!!

โดยกว่า 44% ของร้านนั้นจะเป็นแบบ “ซื้อกลับ” ไม่มีที่นั่งให้ เพราะเน้นกลุ่มลูกค้าที่สั่งออนไลน์อยู่แล้ว

 

เหล่าคนส่งกาแฟของ Luckin

 

อีกหนึ่งวิธีเอาใจลูกค้าที่มาซื้อในร้าน ด้วยระบบจดจำใบหน้า

 

Luckin Coffee คู่แข่งใหม่ของ Starbucks

ต้องยอมรับว่าแม้แต่ในจีน แบรนด์กาแฟ Starbucks จากอเมริกันก็ยังคงเป็นเจ้าตลาด

ด้วยสาขาที่มากถึง 3,200 สาขา ตั้งอยู่ใน 130 เมืองทั่วประเทศจีน

แต่การเติบโตของ Luckin และแรงสนับสนุนจากนักลงทุนจีนเอง ก็เป็นคู่แข่งที่น่าจับตามือง

 

เมื่อเดือนกรกฎาคม บริษัททำการระดมเงินจากนักลงทุนเพิ่มได้ราว 7,000 ล้านบาท ซึ่งนั่นคิดเป็นหุ้นประมาณ 22%

ทำให้มูลค่าของบริษัทสูงกว่า 30,000 ล้านบาท

เรื่องดังกล่าวลงผ่านสื่อหลายๆ สำนัก ยิ่งทำให้กลายเป็นสตาร์ทอัพร้านกาแฟที่มาแรงเข้าไปใหญ่

 

ต่อมาในเดือนกันยายน ก็เซ็นสัญญาความร่วมมือกับ Tencent ยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีของจีน

Tencent จะเข้ามาช่วยเหลือในด้านเทคโนโลยี แอพพลิเคชั่น การเก็บข้อมูล ระบบจ่ายเงิน

โดยแลกกับผลประโยชน์จากการเติบโตของกิจการร้านกาแฟในอนาคต

เพราะตลาดกาแฟในจีนนั้นเติบโตขึ้นทุกปี ในประเทศที่กำลังมีคนรวยมากขึ้น

และพอคนมีเงินจับจ่ายใช้สอย พวกเขาก็หันมาบริโภคกาแฟมากกว่าเดิม

มีการประเมินว่าในปี 2020 (อีก 2 ปีข้างหน้า) ตลาดกาแฟจีนจะมีมูลค่าถึง 1.4 ล้านล้านบาท

เติบโตเทียบเท่าตลาดสหรัฐ และมีแนวโน้มจะแซงหน้าในอนาคต!!

 

ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การสนับสนุน Luckin Coffee ให้เติบโตอย่างรวดเร็วนี้ เป็นแนวคิดแฝงผลประโยชน์ของทางจีน

ซึ่งพวกเขาไม่ต้องการให้บริษัทจากอเมริกันอย่าง Starbucks

มากินส่วนแบ่งในตลาดกาแฟของแดนมังกร ที่กำลังเติบโตขึ้นทุกวัน

 

อาจจะไม่ใช่แค่กาแฟ แต่คือสงครามตัวแทนของชาวจีน

 

แต่.. สิ่งที่ต้องคำนึงอย่างหนึ่งก็คือ

Starbucks มีประสบการณ์เปิดร้านกาแฟในประเทศจีนมา 20 ปี และสามารถทำกำไรในจีนได้อย่างต่อเนื่อง

บริษัทข้ามชาติแห่งนี้ มีมูลค่าทางตลาดถึง 2.4 ล้านล้านบาท

ในขณะที่ Luckin นั้นยังไม่สามารถทำกำไรได้เลย โดยหวังว่าเมื่อถึงจุดหนึ่ง มีสาขาเพียงพอ จะเริ่มรีดกำไรจากสาขาเหล่านั้นได้

ขณะที่มูลค่าทางตลาด 30,000 ล้านบาทนั้น ก็ยังคงเล็กกว่าแบรนด์อเมริกันถึง 80 เท่า!!

 

จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองว่าสงครามระหว่างร้านกาแฟ “แบรนด์อเมริกัน vs แบรนด์จีน”  ซึ่งงานนี้รบกันในสังเวียนของประเทศจีนซะด้วย

สุดท้ายแล้วใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะไป… คุณคิดว่าอย่างไรครับ??

 

 

ติดตาม Billionaire Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionairethai/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/BillionaireThai

– ถ้าเล่นแต่ไลน์ ก็ส่งบทความให้คุณทุกวันที่ @BillionaireMindset

– ติดตามเพจ Billionaire Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

www.wsj.com/articles/in-china-a-dot-com-deja-vu-1539403201

www.techinasia.com/luckin-takes-on-starbucks

technode.com/2018/07/30/how-luckin-coffee-is-reforming-chinas-coffee-culture/

www.cnbc.com/2018/09/07/tencent-reportedly-partners-luckin-coffee-to-take-china-coffee-market.html

qz.com/1325403/luckin-coffee-startup-challenging-starbucks-in-china-worth-1-billion/

www.reuters.com/article/us-china-coffee-focus/chinas-caffeine-war-fast-growing-luckin-brews-up-a-threat-to-starbucks-idUSKBN1KE1C2

แสดงความคิดเห็น...

SHARE

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ...