กรณีศึกษา “นูเทลล่า” บริษัทขายช็อคโกแลต รายได้ปีละแสนล้าน!!

จากร้านขนมปังเล็กๆ สู่บริษัทช็อคโกแลตที่ยิ่งใหญ่ของโลก…

ย้อนไปในปี 1946 หลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ไม่นาน

Pietro Ferrero เป็นเจ้าของร้านขนมปังในประเทศอิตาลี

ช่วงนั้นเศรษฐกิจไม่ค่อยดี วัตถุดิบก็แพง โดยเฉพาะ “โกโก้” ซึ่งใช้ทำช็อคโกแลต

นั่นทำให้คนยากจน หมดโอกาสเข้าถึงช็อคโกแลตราคาแพง

จึงเป็นปัญหาของทั้งผู้ขายและผู้บริโภคด้วยเช่นกัน

 

 

ทางแก้ปัญหาของ Pietro ทำอย่างไร??

เขาพบว่ามีทางแก้วิกฤตครั้งนี้ และสามารถสร้างรายได้ไปพร้อมๆ กันได้!!

เนื่องจากย้อนไปสมัยนโปเลียน อีกกว่า 100 ปีก่อนหน้านั้น ช็อคโกแลตก็แพงเพราะสงครามเช่นกัน

คนอิตาลีจึงเอา “เฮเซลนัต” มาผสมเข้าไป 30% เป็นการลดต้นทุน

และตั้งชื่อมันว่า “Gianduja” เป็นของกินชนิดหนึ่ง

ทำให้ Pietro ลองผลิตออกมาขายกลุ่มคนยากจน ก็พบว่าขายดีเป็นอย่างมาก

และนี่คือต้นกำเนิดของบริษัท Ferrero ที่คงไม่มีใครคิดว่าจะเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการขนมของโลก

 

ความเฉลียวฉลาดของ Michele

ในปี 1951 นั้น Michele Ferrero ซึ่งเป็นลูกชายของ Pietro ก็ช่วยงานในบริษัทพ่อของเขา

เขามีความคิดว่าสินค้าที่บริษัทขาย ยังมีจุดด้อยที่ความแข็งกระด้าง อยากจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น

นั่นทำให้เขาคิดทดลองอยู่หลายสูตร ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ

ในที่สุดเขาก็พบว่า.. ถ้าผสมน้ำมันพืชเข้าไปใน Gianfuja มันจะทาขนมปังได้ง่ายขึ้น แถมอร่อยกว่าเดิม

และนั่นก็กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

ซึ่งประกอบด้วยช็อคโกแลต เฮเซลนัต และน้ำมันปาล์ม

ภายในชื่อแบรนด์ Nutella ออกวางขายในปี 1964

หลังจากที่ Michele ใช้เวลาทุ่มเทให้กับมันนานถึง 13 ปี!!

 

ภาพถ่ายร้านดั้งเดิม

 

ความทุ่มเทอันแสนคุ้มค่า…

แม้ว่า Nutella จะประกอบด้วยน้ำตาลและไขมันมากถึง 70%

เพียงแค่ 1 ช้อนโต๊ะ ก็ให้พลังงานสูงถึง 200 กิโลแคลอรี

แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับ “ความอร่อย” และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้โด่งดัง ได้ส่งขายไปทั่วประเทศอิตาลี ก่อนที่จะขยายไปทั่วโลกในที่สุด

ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นอย่างช็อคโกแลต Ferrero Rocher ซึ่งออกวางขายตามมาในปี 1982

ขนมทานเล่น ขนมหวาน และช็อคโกแลตอีกหลายแบรนด์

บริษัทของเขาคือผู้นำตลาดด้านครีมช็อคโกแลตอันดับ 1 ของโลก

ขนาดที่ว่า 1 ใน 4 ของเฮเซลนัตที่ผลิตได้ทั่วโลก จะถูกกว้านซื้อมาเป็นวัตถุดิบของบริษัทแห่งนี้

 

ส่งผลให้ Michele Ferrero กลายเป็นคนรวยที่สุดของประเทศอิตาลี ในปี 2008

ด้วยทรัพย์สินมูลค่ากว่า 845,000 ล้านบาท

 

ปัจจุบันหลังจากเขาเสียชีวิตในปี 2015

บริษัทถูกส่งต่อให้ Giovanni Ferrero ทายาทรุ่นที่ 3 รับช่วงกิจการ

Nutella และ Ferrero Rocher ก็ยังเป็นผลิตภัณฑ์ขายดี

เป็นส่วนช่วยให้บริษัทมีรายได้ในปี 2017 มากถึง 390,000 ล้านบาทเลยทีเดียว!!

 

Michele Ferrero บิดาแห่ง Nutella

 

บทเรียนจาก Ferrero สู่ธุรกิจของเรา..

Pietro ไม่ใช่คนคิดค้นสูตรอาหารชนิดใหม่

สิ่งที่เขาขาย มีมาตั้งแต่ 100 กว่าปีก่อน แล้วทำไมเขาสร้างยอดขายได้โดดเด่น??

เพราะเขาสามารถผลิตมันได้ตรงกับช่วงเวลาที่ตลาดต้องการ

และนำเสนอมันไปยังกลุ่มลูกค้าที่ต้องการอย่างพอดิบพอดี

 

ขณะที่ Michele แทนที่จะนั่งๆ นอนๆ เสวยสุขบนธุรกิจของพ่อตัวเอง

ในยุคที่คนเริ่มรวยขึ้น หลังผ่านสงครามมา 20 ปี

เขายังพยายามทุ่มเท พัฒนาสินค้าให้เป็นรูปแบบใหม่ แล้วถูกใจลูกค้ามากกว่าเดิม

สิ่งใหม่ๆ ก็ขายได้แพงขึ้น มีฐานลูกค้ามากขึ้นทั้งในอิตาลีและต่างประเทศ

ส่งผลให้กิจการโรงงานช็อคโกแลตท้องถิ่น เติบโตเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้ในที่สุด

 

ปัจจุบันมียอดขาย Nutella ในแต่ละปี 160 ประเทศทั่วโลกมากถึง 365,000 ตัน

เพราะใครๆ ต่างอดใจไม่ไหว เมื่อได้เอานิ้วไปจิ้มกิน

ก็รสชาติของมันช่างหอมหวาน เย้ายวนเหลือเกินนี่เนอะ…!!

 

 

ที่มา:

https://en.wikipedia.org/wiki/Michele_Ferrero

https://en.wikipedia.org/wiki/Ferrero_SpA

http://mentalfloss.com/article/50068/8-things-you-may-not-know-about-nutella

www.thisisinsider.com/facts-about-nutella-2017-4

www.confectionerynews.com/Article/2018/03/26/Ferrero-Group-reports-1.5-revenue-increase-in-fiscal-2017

แสดงความคิดเห็น...

SHARE

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ...