ปฏิบัติการ Car Wash แฉเรื่องราวของ “คอรัปชั่น” ที่ร้ายแรงที่สุดในทวีปอเมริกาใต้

นี่คือการคอรัปชั่นครั้งใหญ่ของประเทศบราซิล

ที่มีบริษัทใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องถึง 16 แห่ง

หนึ่งในนั้นคือ Petrobras รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานรายใหญ่ในประเทศ

นำไปสู่การจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้บริหารระดับสูง จนถึงอดีตประธานาธิบดี

ทั้งหมดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่??

เพจ Billionaire Mindset สรุปมาให้ทุกคนได้อ่านกันในบทความนี้ครับ…

 

 

เรื่องราวเริ่มต้นในปี 2008 บริษัท Petrobras มีแผนการจะสร้างศูนย์ปิโตรเคมีมูลค่านับแสนล้านชื่อว่า Comprej

ศูนย์ดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ 28,000 ไร่ในเมือง Itaborai (ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ไม่ไกลจาก Rio de Janeiro)

คาดการณ์ว่าจะมีการจ้างงาน 200,000 ตำแหน่ง ทั้งในงานที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเคมี และธุรกิจอื่นๆ เพื่อรองรับคนที่ย้ายมาทำงาน

ผ่านไปจนถึงปี 2010 มีคนย้ายเข้ามาในเมืองนี้กว่า 50,000 คน เพื่อมาหางานทำ

บ้างเป็นคนที่ล้มเหลวในเมืองอื่น บ้างมาจากครอบครัวยากไร้ในชนบท ถึงขั้นบางคนขายทุกอย่างที่มี เพื่อมาเริ่มต้นใหม่ในนครแห่งอนาคตนี้

แต่… โปรเจ็คท์ดังกล่าวกลับพังไม่เป็นท่า!!

 

Compraj แผนงานที่กำหนดเปิดในปี 2011

 

ในปี 2012 มีการเข้าจับกุมการฟอกเงินในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเมือง Brasilia

โดยการนำเงินผิดกฎหมาย มาแจ้งเป็นรายได้ของปั๊มน้ำมัน เพื่อให้กลายเป็นเงินที่ถูกกฎหมาย ทั้งที่ไม่ได้มีการขายน้ำมันจริงๆ

นั่นทำให้ Alberto Youssef พ่อค้าเงินตลาดมืด ถูกตำรวจบราซิลควบคุมตัวในทันที

แทนที่จะหยุดอยู่แค่นั้น ทางตำรวจยื่นข้อเสนอให้กับ Alberto ในการสาวไส้กระบวนการฟอกเงิน แลกกับการลดหย่อนโทษ

ก่อนที่เขาจะยอมรับข้อเสนอ โดยบอกกับทนายของตนไว้ว่า…

“ถ้าผมสารภาพความจริง ประเทศนี้จะสั่นคลอนจนถึงขั้นล้มได้เลย”

 

Alberto Youssef

 

เพราะการสารภาพของ Alberto ไม่ได้พูดถึงเหล่าแก๊งค์อาชญากรอย่างที่ตำรวจคิดไว้

แต่คือการโยงถึงผู้บริหารระดับสูงของ Petrobras ซึ่งย้อนไปตอนนั้น เป็นหนึ่งในบริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้

และแน่นอนว่า เรื่องดังกล่าวต้องมีคนในรัฐบาลรู้เห็นด้วย!!

 

ย้อนกลับไปเรื่องโปรเจ็คท์ก่อสร้าง Comprej ที่ได้เกริ่นไว้ตอนต้น

ตามปกติแล้ว การจ้างงานก่อสร้าง Petrobras จะต้องเปิดให้บริษัทผู้รับเหมา เข้ามาประมูลแย่งงานกัน เพื่อจะได้ราคาก่อสร้างต่ำที่สุด

แต่.. บริษัทต่างๆ ซึ่งนำโดย Odebrecht บริษัทก่อสร้างรายใหญ่ในบราซิล กลับ “ฮั้วประมูล” แล้วใช้วิธีหมุนกันรับงานเป็นส่วนๆ แทน

ทำให้ค่าก่อสร้างซึ่งน่าจะอยู่ประมาณ 195,000 ล้านบาท

กลับพุ่งขึ้นสูงถึง 455,000 ล้านบาท มากกว่าเดิมเกือบ 2.5 เท่า!!

 

 

บริษัทรับเหมาก็ได้กำไรมากขึ้น โดยการรีดเงินส่วนต่างจากบริษัท Petrobras ที่ต้องจ่ายแพงขึ้น

พวกเขาเอาเงินส่วนหนึ่งปิดปากผู้บริหาร Petrobras ซึ่งกลุ่มที่ทุจริตนี้ก็ได้รับทั้งเงินเดือนบริษัท และเงินสินบนที่โกงบริษัท

เงินอีกส่วนถูกนำไปปิดปากนักการเมืองและฝ่ายตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง

 

หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกรวบรวมข้อมูล สอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง 232 ราย เป็นเวลาเกือบ 2 ปี

จนกระทั่งมีการเข้าจับกุมผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องในช่วงกลาง 2014 มากกว่า 24 ราย

(และจำนวนผู้ที่ถูกจับกุมจนถึงปัจจุบันสูงถึง 160 รายเลยทีเดียว)

สื่อบราซิลต่างเล่นข่าวนี้กันใหญ่โต เกิดการเดินขบวนประท้วงกดดันบริษัทน้ำมันและนักการเมือง

 

เหล่าคนใหญ่คนโตทั้งหลาย โดนตัดสินโทษยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น…

อดีตผู้บริหาร Odebrecht บริษัทตัวตั้งตัวดีในการทุจริต โดนโทษจำคุก 19 ปี

ขณะที่ Eike Batista อดีตชายที่รวยที่สุดในบราซิล โดนโทษจำคุก 30 ปี

สาวไปจนถึงอดีตประธานาธิบดี Luiz Inácio ถูกตัดสินจำคุก 12 ปี

อดีตประธานาธิบดีคนต่อมา Dilma Rousseff โดนตั้งข้อสงสัยว่ามีความผิด

กระทั่งประธานาธิบดีบราซิลคนปัจจุบันMichel Temer ก็ถูกตั้งข้อกล่าวหา และอยู่ระหว่างการสืบสวนด้วยเช่นกัน

 

อดีตประธานาธิบดี Luiz Inácio

 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่ใช่แค่นั้น…

– ภายในช่วง 4 เดือนช่วงปลายปี 2014 ถึงต้นปี 2015 มูลค่าบริษัท Petrobras ลดลงครึ่งหนึ่ง จากความเชื่อมั่นที่หายไป

 

– โปรเจ็คท์ Comprej ต้องถูกหยุดพักโดยไม่มีกำหนด มีการเลิกจ้างพนักงาน 13,000 คนในทันที

 

– เมือง Itaborai ซึ่งเคยถูกคาดหวังเป็นแหล่งงานแห่งใหม่ กลายเป็นเมืองที่มีคนว่างงานเต็มไปหมด เมื่อตำแหน่งงาน 200,000 ตำแหน่งที่เคยคิดไว้ ไม่เกิดขึ้นจริง

ตอนนี้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นในบริษัท ส่งผลกลายเป็นปัญหาทางด้านสังคมไปเสียแล้ว

หลายคนมาจากบ้านนอก หลายคนขายทุกสิ่งเพื่อเริ่มต้นใหม่ที่เมืองนี้ แต่เมื่อไม่มีงานรองรับ ชีวิตพวกเขาก็ไม่เหลืออะไรเลย

 

– โปรเจ็คท์อื่นๆ ของ Odebrecht  อีกกว่า 11 แห่งในบราซิล ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ถูกสั่งระงับการก่อสร้าง

นั่นหมายถึงการเลิกจ้างงานในส่วนอื่นๆ ของประเทศด้วยเช่นกัน รวมแล้วต้องมีการเลิกจ้างงานสูงถึง 500,000 ตำแหน่ง

ซึ่งส่งผลต่อสภาพสังคม ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมรุนแรงตามมามากยิ่งขึ้น

 

– ขณะที่ Odebrecht เป็นบริษัทใหญ่ และรับงานในต่างประเทศด้วย และก็มีการทุจริตไปทั่ว

ไม่ว่าจะเป็น การที่อดีตประธานาธิบดีเปรูถึง 3 คน โดนตั้งข้อกล่าวหาทุจริตที่เกี่ยวข้องกับ Odebrecht

โปรเจ็คท์การก่อสร้างในโคลัมเบียของ Odebrecht  ถูกแฉว่ามีการจ่ายเฉพาะเงินใต้โต๊ะ สูงถึง 350,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ โครงการโครงสร้างพื้นฐาน 23 แห่งในเวเนซูเอล่า ก็ถูกระงับการก่อสร้าง

(ว่ากันว่ามีส่วนซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจของเวเนซูเอล่า ให้เลวร้ายลงไปอีกเช่นกัน)

รวมถึงงานในประเทศอื่นๆ อีก 7 ประเทศ

 

ในปัจจุบัน แม้โครงการ Comprej จะได้รับทุนสนับสนุนจากจีน เพื่อก่อสร้างให้แล้วเสร็จ

แต่กว่าส่วนแรกของโครงการจะเปิดให้บริการได้ก็ต้องรอถึงปี 2020 ล่าช้ากว่ากำหนดตอนแรกถึง 9 ปี

และปัจจุบันโครงการที่ยังไม่เสร็จนี้ ก็เป็นอนุสรณ์สถานแห่ง “การทุจริตคอรัปชั่น”

ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เกิดในประเทศบราซิลเองเท่านั้น แต่ผลกระทบของการสาวไส้ครั้งนี้ลามไปทั่วทั้งทวีป

จน Operation Car Wash ได้ชื่อว่าเป็นการคอรัปชั่นที่ร้ายแรงที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ไปเสียแล้ว…

 

 

ติดตาม Billionaire Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionairethai/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/BillionaireThai

– ถ้าเล่นแต่ไลน์ ก็ส่งบทความให้คุณทุกวันที่ @BillionaireMindset

– ติดตามเพจ Billionaire Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

www.youtube.com/watch?v=uMXumMJZYYI

www.bloomberg.com/quote/PBR:US

https://en.wikipedia.org/wiki/Operation_Car_Wash

www.theguardian.com/world/2017/jun/01/brazil-operation-car-wash-is-this-the-biggest-corruption-scandal-in-history

www.bbc.com/news/world-latin-america-35810578

แสดงความคิดเห็น...

SHARE

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ...