มองการซื้อคอนโดมิเนียมย่าน “สาทร-พระราม 4” ในแง่มุมของนักลงทุน…

คนเราจะใช้เหตุผลอะไรในการซื้อคอนโดมิเนียมสักห้อง??

บ้างก็ใกล้กับที่ทำงาน หรือใกล้กับแนวรถไฟฟ้า เพื่อเดินทางไปได้สะดวก

บ้างก็ชอบทำเลในซอยที่คนไม่พลุกพล่านมากไป สงบกว่าคอนโดติดถนนใหญ่

หรือบ้างก็มอง “โอกาสในการลงทุน” เป็นเหตุผลหลักของการซื้อ

ซึ่งแน่นอนว่าการ “ซื้อเพื่อลงทุน” ย่อมมีปัจจัยในการเลือกที่จะต่างจาก “ซื้อเพื่ออยู่เอง” ไปบ้าง

 

บทความนี้จะเจาะไปที่ประเด็นของทำเล และโอกาสในการทำกำไร

ของพื้นที่ในเมืองกรุงเทพฯ ที่เราเรียกกันว่าย่าน “สาทร-พระราม 4” นั่นเอง

 

 

ในแง่ของผลตอบแทนที่ได้รับ

ถ้าจะซื้อคอนโดสักห้องเพื่อการลงทุน เชื่อว่าหลายคนก็ย่อมมองตัวเลขของ “ผลตอบแทน” เป็นอีกหนึ่งปัจจัยลำดับต้นๆ

จากการรวบรวมข้อมูล พบว่าการลงทุนซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่าในย่านนี้ จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 4-7% ต่อปี

เท่ากับว่าหากซื้อสักห้อง จะต้องใช้เวลา 15-25 ปี ในการคืนทุน

(หากเราไม่นับในส่วนของราคาที่เพิ่มขึ้นตอนขายต่อ)

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ

ถ้าซื้อคอนโดขนาด 30 ตร.ม. ที่ราคา 135,000 ต่อ ตร.ม. = 4,050,000 บาท

จะให้ได้ผลตอบแทน 5% ต่อปี ก็ต้องได้กำไร 202,500 บาท

หรือคิดเป็นค่าเช่าอย่างน้อย 16,875 บาทต่อเดือน

ซึ่งนี่ยังไม่ได้รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าส่วนกลาง ส่วนแบ่งหักให้นายหน้า หรือค่าซ่อมแซมและความเสี่ยงต่อความเสียหายที่ผู้เช่าอาจจะก่อขึ้น

เราอาจจะต้องการผู้เช่าที่ราคา 18,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามต้องการ

นั่นทำให้การจะซื้อคอนโดสักห้องในย่านไหนก็ตาม ต้องคำนวณดูว่าย่านนั้นมีศักยภาพแค่ไหน คนที่จะมาเช่าเป็นใคร จะหาลูกค้าที่จ่ายค่าเช่าระดับนี้ได้ง่ายหรือยากแค่ไหนนั่นเอง

 

ทำไมต้องเป็นพื้นที่ย่านสาทร??

เนื่องจากคอนโดมิเนียมของผู้สนับสนุนบทความ ตั้งอยู่ในย่านสาทร เราก็ควรนำเสนอข้อดีของย่านนี้เป็นพิเศษ

(อ๊ะ… อย่าเพิ่งเสียใจ คุณจะยังได้รับเนื้อหาที่เป็นข้อเท็จจริง มากกว่าการโฆษณาเช่นเดิมครับ)

ย่านนี้จุดสำคัญเลยคือสี่แยกวิทยุ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินี ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางด้านการเดินทาง

ถัดไปตามถนนพระราม 4 ด้านหนึ่งคือสถานีคลองเตย

ส่วนอีกด้านคือสถานีสีลม ซึ่งเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีศาลาแดงได้

ส่งผลให้การเดินทางสำหรับคนไม่มีรถ ก็อยู่ในขั้นที่สะดวกระดับหนึ่ง แม้จะต้องใช้บริการแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างสำหรับผู้อยู่ซอยลึกเช่นกัน

 

 

ซื้อเพื่อลงทุน แล้วจะให้ใครเช่า??

ย่านสีลม สาทร พระราม 4 ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งรวมเหล่าคนวัยทำงาน

ตามข้อมูลจากทางกรุงเทพมหานคร ระบุว่าเขตสาธรมีประชากรอยู่ประมาณ 81,000 คน

ขณะที่จำนวนประชากรแฝงโดยสถิติจะอยู่ที่ 65% ของประชากรจริง ซึ่งนั่นเท่ากับอีก 52,650 คน

เท่ากับว่ามีผู้อยู่อาศัยในเฉพาะเขตสาทรแห่งเดียวสูงถึง 133,650 คน

ยังไม่รวมถึงคนอาศัยในพื้นที่รอบนอกและต่างจังหวัด ที่มีโอกาสโยกย้ายเข้ามาตามแหล่งงาน และการเติบโตของเมือง

ซึ่งพื้นที่ย่านสาทร มีจำนวนตึกสำนักงานกระจุกตัวอยู่สูงถึง 25% ของตึกสำนักงานทั่วกรุงเทพเลยทีเดียว

 

ในส่วนของรายได้ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า

ชาวกรุงเทพฯ มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนมากที่สุดอยู่ที่เดือนละ 41,002 บาท

ขณะที่รายได้ต่อคนของประชากรเขตสาทร อยู่ที่ประมาณ 14,000 บาท

ส่วนกลุ่มคนทำงานในย่านนี้ จะมีรายได้เฉลี่ยที่สูงกว่าเกณฑ์ค่าเฉลี่ยโดยทั่วไป

บางส่วนเล็งเห็นว่าการได้พักอาศัยในพื้นที่ไม่ไกลกับที่ทำงาน จะเดินทางและใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกขึ้น

บางส่วนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ก็เป็นกลุ่มที่เปลี่ยนงานบ่อยกว่าคนรุ่นเก่า และเลือกที่จะใช้วิธีเช่าที่พักใกล้กับสถานที่ทำงานของพวกเขาแทนการซื้อขาดอีกด้วย

 

ส่วนในอนาคตพื้นที่โดยรอบที่ไม่ไกลกันนัก ก็จะมีโครงการ Mega Mixed Used เกิดขึ้นอีกจำนวนมาก

โดยเฉพาะในย่านโดยรอบสวนลุมพินี ซึ่งถือเป็นอีกแลนด์มาร์กและปอดขนาดใหญ่ของคนในพื้นที่

ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวมกันว่า 200,000 ล้านบาท

เชื่อว่าจะดึงดูดคนทำงานและมาอาศัยอยู่ย่านนี้มากยิ่งขึ้นในอนาคต โดยตัวเลขของผู้ที่มาทำงานใหม่จะสูงถึง 60,000 คนเลยทีเดียว

 

 

ทางเลือกการลงทุนในคอนโดมิเนียมย่านสาทร

สำหรับใครที่สนใจอยากจะเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุน ในอัตราผลตอบแทนที่ประมาณ 5% ต่อปี

The SHADE Sathon 1 เป็นหนึ่งในตัวเลือกน่าพิจารณาเพื่อลงทุนเช่นกัน

โดยจากการคำนวณโดยยกตัวอย่างจากที่กล่าวไปข้างต้น

ซื้อคอนโดขนาด 30 ตร.ม. ที่ราคา 135,000 บาท/ตร.ม. = 4,050,000 บาท

ปล่อยเช่าเดือนละ 18,000 บาทต่อเดือน หรือ 216,000 บาท/ปี

หักกับค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.ม. คิดเป็นปีละ 19,800 บาท

จะเหลือเป็นรายได้  216,000-19,800 = 196,200 บาท/ปี

หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน 4.80% ต่อปี

 

แต่หากคุณไปร่วมงาน Exclusive Day วันที่ 17-18 พฤศจิกายนนี้ นอกจากจะได้รับข้อมูลโดยละเอียดจากทีมขายแล้ว

ยังรับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท ซึ่งลดต้นทุนคอนโดมิเนียมลงมาเหลือเพียง 3,900,000 บาท

และนั่นจะทำให้คุณได้ผลตอบแทนขยับจาก 4.80% เป็น 5.00% ต่อปีอีกด้วย

 

สำหรับใครที่สนใจ สามารถไปร่วมงานดังกล่าว หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่ www.theshadecondo.com สอบถามโทร 087-669-1111

หวังว่าบทความนี้จะได้ให้ความรู้เพิ่มเติม และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้านการลงทุนที่ดีของทุกท่านได้นะครับ

 

แสดงความคิดเห็น...

SHARE

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ...