กรณีศึกษา “ชานมไข่มุก” ทำไมกลับมาฮิตในไทยอีกครั้ง!?

ถ้ายังจำกันได้…

คนไทยรู้จักชานมไข่มุกกันเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน

ช่วงนั้นก็เป็นเครื่องดื่มกระแสฮิต มีร้านเปิดขายกันมากมาย

ดื่มกันได้ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กนักเรียน ไปจนถึงคนวัยทำงาน

แต่ผ่านไปไม่กี่ปี “เทรนด์เครื่องดื่มสุขภาพ” ก็เริ่มเข้ามาแทนที่

และผลักชานมไข่มุก ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องดื่มส่งผลเสียต่อสุขภาพ ให้ได้รับความนิยมลดน้อยลงไป

กระทั่งล่าสุด เทรนด์ของชานมไข่มุกกลับมาฮิตอีกครั้ง

จนทำให้หลายคนสงสัยว่าเพราะอะไรกันนะ??

 

 

ต้นกำเนิดชานมไข่มุก

ย้อนกลับไปที่จุดกำเนิดของชานมไข่มุก ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเครื่องดื่มประจำชาติไต้หวัน

ในช่วงปี 1988 ร้านชุนสุ่ยถัง ได้ประชุมหาไอเดียเครื่องดื่มใหม่

นั่นทำให้คุณหลินชิ่วฮุย ลองเทขนมของเธอลงไปในชา แล้วก็พบว่ามีรสชาติอร่อย

คนอื่นๆ ในที่ประชุมเห็นพ้องต้องกัน ว่าจะต้องลองทำเครื่องดื่มแนวนี้

นั่นทำให้ ชาดำ แป้งมันสำปะหลัง นมข้นหวาน น้ำเชื่อม และน้ำแข็ง มาบรรจบกัน

กลายเป็น “ชานมไข่มุก” เครื่องดื่มที่ขายดิบขายดีในเวลาต่อมา

แม้เทรนด์สุขภาพจะได้รับความนิยมมากขึ้น

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้กระแสชานมไข่มุกในไต้หวันสร่างซาไปเหมือนกับในไทย

มีการดัดแปลงจากชาไต้หวัน เป็นชาเขียวและชาผลไม้

ขณะที่ส่วนผสมก็พัฒนาจากเม็ดแป้ง เพิ่มเป็นพุดดิ้ง ช็อกโกแลต หรือผลไม้อีกหลากหลายชนิด

 

ผู้ให้กำเนิดชานมไข่มุก

 

การขยายวัฒนธรรม “ชานมไข่มุก” สู่เอเชีย

มีการคาดการณ์ว่า สาเหตุที่ชานมไข่มุก กลับมาฮิตในประเทศไทยเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา

เกิดขึ้นหลังจาก “ไช่อิงเหวิน” ขึ้นมาเป็นผู้นำหญิงคนแรกของไต้หวัน ในปี 2016

หลังจากนั้นมีนโยบายดึงดูดนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการให้สิทธิ์ฟรีวีซ่าคนต่างชาติไปเที่ยว

ซึ่งนั่นรวมถึง “คนไทย” ด้วยเช่นกัน

บริษัทและหน่วยงานต่างๆ ในไต้หวัน ก็พร้อมใจกันหยิบ “ชานมไข่มุก” มาเป็นเครื่องดื่มประจำชาติ

กลายเป็นกระแสว่าไปเที่ยวไต้หวัน แล้วต้องไปตามกินชานมไข่มุกร้านดังให้ครบกันเลยทีเดียว

แม้อาจจะฟังดูไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง…

แต่กระแส “ชานมไข่มุกไต้หวัน” ไม่ได้อยู่แค่ไทยเท่านั้น เพราะยังบูมในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ฟรีวีซ่าเช่นกัน

 

 

 

ชานมไข่มุกในไทย ขายความเป็นไต้หวันได้เหรอ??

ตลาดชานมไข่มุกในประเทศไทย คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท

ย้อนกลับมาดูแบรนด์ดังที่ขายอยู่ในประเทศไทย

โอชายะ คือผู้นำที่มียอดขายปีล่าสุดประมาณ 148 ล้านบาท

ก็เป็นของคนไต้หวัน ที่มาทำงานในเมืองไทย และลาออกมาทำธุรกิจนำเข้าชามาขายแบบครบวงจร

ขณะที่แบรนด์ดังอย่าง โคโค่ และ โคอิ เตะ ก็ขายความเป็นชานมไข่มุกพรีเมียมจากไต้หวัน

 

ขณะที่แบรนด์อื่นๆ รวมทั้งผู้ขายรายย่อยในท้องถิ่น แม้จะขายความเป็นชาไทย ทำรสชาติให้ถูกปากคนไทย ก็ยังสามารถขายได้ในราคาที่รองลงมา

จนทำให้คาเฟ่บางแห่งต้องเพิ่มเมนูพิเศษเป็นชานมไข่มุกเข้าไป

เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ที่มีมากขึ้นกว่าในช่วงที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน

 

มูลค่าตลาดทั่วโลก…

หน่วยงาน Allied Analytics ได้ทำการประเมินตลาดชานมไข่มุกทั่วโลกเอาไว้ว่า

ในปี 2017 ตลาดชานมไข่มุกมีมูลค่าประมาณ 63,000 ล้านบาท

และจะเติบโตขึ้นอีกในทุกปี จนกระทั่งปี 2023 น่าจะมีมูลค่าแตะ 100,000 ล้านบาทได้สำเร็จ

ขณะที่ในไต้หวัน มีการเติบโตสูงถึงปีละ 38%

และสร้างการจ้างงานให้กับชาวไต้หวันมากกว่า 300,000 ตำแหน่ง!!

 

แม้ในไทย จะไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนอื่นๆ นอกจากมูลค่าตลาดปีละ 2,500 ล้านบาท

แต่การที่ชานมไข่มุกได้รับความนิยม ก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศอีกทางหนึ่ง

เกิดการใช้จ่าย เกิดการจ้างงานคนไทย ตามสาขาใหม่ๆ ที่เปิดเพิ่มในทุกปี

 

และที่สำคัญที่สุด…!!

แม้ “ชานมไข่มุก” จะเป็นเครื่องดื่มที่รสชาติอร่อย เย็นดับกระหาย เหมาะกับอากาศร้อนของเมืองไทย

แต่ชานมไข่มุกก็คือเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูงด้วย

เพราะฉะนั้นควรบริโภคแต่พอดี ไม่บ่อยและไม่หวานจนเกินไป

อย่าลืมออกกำลังกายเพื่อกำจัดพลังงานส่วนเกินออกไปบ้าง

เพื่อจะได้มีสุขภาพที่ดี  มานั่งกินชานมไข่มุกพร้อมกับอ่าน Billionaire Mindset ไปได้อีกนานๆ เลยนะครับ ^^

 

 

ที่มา:

Theerapat Charoensuk

https://en.wikipedia.org/wiki/Bubble_tea

https://www.voicetv.co.th/read/B1eivkqFm

https://edition.cnn.com/travel/article/bubble-tea-inventor/index.html

แสดงความคิดเห็น...

SHARE

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ...