อีก 2 ปี จะมีรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีเท่า Tesla แต่ราคาถูกกว่ากันครึ่งหนึ่ง??

“ในปี 2020 บริษัทเราจะมีรถยนต์ไฟฟ้าที่ทำทุกอย่างได้เหมือน Tesla

แต่ราคาจะถูกกว่ากันถึงครึ่งต่อครึ่ง!!”

คำพูดนี้อาจจะดูเพ้อฝัน ถ้ามันออกมาจากปากของคนทั่วไป

แต่นี่เป็นบทสัมภาษณ์ของ Herbert Diess ผู้บริหารแห่งเครือ Volkswagen

ว่าบริษัทของเขาจะทำรถยนต์ไฟฟ้ามาแข่งกับ Tesla อย่างจริงจัง

 

Herbert Diess ผู้บริหารระดับสูงแห่งเครือ Volkswagen

 

แล้วมันมีความสำคัญยังไง??

คุณอาจจะไม่รู้ว่ากลุ่ม Volkswagen คือบริษัทที่ขายรถยนต์ได้มากที่สุดในโลกมา 2 ปีติดกันแล้ว

เบียดแชมป์เก่าอย่าง Toyota ตกลงไปเป็นที่สอง ด้วยยอดขาย 10.4 ล้านคันในปีล่าสุด

ทำรายได้รวมตลอดทั้งปี 2017 ประมาณ 8.7 ล้านล้านบาท!!

(ข้อมูลปี 2017 นั้น Toyota ทำได้ 10.16 ล้านคัน อันดับสามคือ Nissan 10.14 ล้านคัน)

เพราะนอกจากแบรนด์ Volkswagen แล้ว ยังมีแบรนด์อื่นๆ ที่เราคุ้นหูมากมาย

ทั้ง Audi, Porsche, Lamborghini และกระทั่ง Bentley

ในขณะที่ Tesla กำลังได้รับความนิยมในตลาดอเมริกาเหนือและทวีปยุโรป

กลับกัน Volkswagen กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศจีน

ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังเติบโต และมีความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างสูงในอนาคต

การที่ Tesla ต้องเผชิญกับคู่แข่งรายใหญ่ ที่พร้อมทุ่มทุนมหาศาลมาแข่งขัน จึงเป็นเรื่องที่น่าหวั่นเกรงเช่นกัน…

 

Volkswagen กับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง

ค่ายรถยนต์เยอรมนี ส่งรุ่น e-Golf รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบมาวางขายตั้งแต่ปี 2015

ผ่านไป 3 ปีทำยอดขายได้ประมาณ 12,000 คันในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

ตรงกันข้ามกับ Tesla Model 3 ที่แม้จะเปิดให้พรีออเดอร์ในปี 2016

แต่ก็ยอดสั่งจองของลูกค้าเกินกว่า 450,000 คันเข้าไปแล้ว

คิดคร่าวๆ เฉพาะตัวเลขตรงนี้แตกต่างกันถึง 37 เท่า!!

เพราะประสิทธิภาพและรูปลักษณ์ ที่หลายคนยังมองว่าเทียบกับ Model 3 ไม่ได้

และความเป็นแบรนด์ Tesla ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

ที่แบรนด์นี้มีความพรีเมียมเหนือคู่แข่งอื่นๆ อีกด้วย

 

Volkswagen e-Golf เมื่อเทียบกับ Tesla Model 3

.

 

จะทำให้ดีเท่า Tesla ต้องทำแบบไหน??

สิ่งหนึ่งที่ Tesla ยังเป้นผู้นำ นอกเหนือจากเรื่องรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ตถูกใจผู้ใช้มากกว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น

ยังมีเรื่องของประสิทธิภาพ อย่าง Model 3 ตัวล่างสุด สามารถวิ่งได้ไกลถึง 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จครั้งเดียว

และถ้าเป็นตัวมาตรฐาน ก็จะวิ่งได้ไกลถึง 500 กิโลเมตรเลยทีเดียว

อัตราเร่งที่ดีมากจากรถหยุดนิ่งที่ 0-96 กม./ชม. ด้วยระยะเวลาเพียง 3.3 วินาทีในรุ่นมอเตอร์คู่

นั่นพอๆ กันกับอัตราเร่งของรถซูเปอร์คาร์อย่าง Ferrari หรือ Lamborghini เลยด้วยซ้ำ

และที่สำคัญก็คือ ราคาที่จับต้องได้..

โดยรุ่น Model 3 ล่าสุดจะอยู่ที่ประมาณ 1.1-1.4 ล้านบาท ซึ่งคนในประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถเอื้อมถึงได้แบบไม่ยาก

หาก Volkswagen ตั้งเป้าจะทำราคาให้ถูกลงกว่านี้อีกตามความคิดของผู้บริหาร

นั่นหมายถึงต้องทำราคาเพียง 600,000-700,000 บาท

จะเป็นไปได้หรือไม่??

 

แม้วันนี้พวกเขายังไม่ดีเท่า…

แต่นั่นทำให้ Volkswagen รู้ตัวดีว่าพวกเขายังมี “ข้อด้อย” ที่ต้องนำไปปรับปรุง

โดยเริ่มจากศึกษาผู้นำตลาดอย่าง Tesla เป็นต้นแบบ

ถ้าทำให้ดีกว่าไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องทำให้เทียบเท่ากับรถของ Tesla ให้จงได้

นั่นทำให้ในปี 2017 บริษัทประกาศแผนงานลงทุน 1.3 ล้านล้านบาท

เพื่อพัฒนาระบบรถยนต์ไฟฟ้า และระบบรถไร้คนขับ

โดยตั้งเป้าว่าในอีก 7 ปีข้างหน้า หรือจนกระทั่งถึงปี 2025

Volkswagen จะมีรถยนต์ไฟฟ้าทั้งสิ้น 50 รุ่น

สร้างยอดขายรวมกันกว่าปีละ 3,000,000 คัน

นี่คือเรื่องที่พวกเขาตั้งเป้าไว้ และต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าจะเป็นจริงเพียงใด

 

แบรนด์ต่างๆ ในเครือ Volkswagen Group

ภาพ: brandinside.asia

 

แต่… “รถยนต์ไฟฟ้า” เทรนด์นี้จะมาจริงแน่ในอนาคต

ทั้ง Tesla ทั้ง Volkswagen ที่พร้อมทุ่มสุดตัว

ทางค่ายยุโรปอย่าง Mercedes และ BMW ก็เตรียมนำออกขายในปีหน้า

ขณะที่ค่ายญี่ปุ่น นอกจาก Nissan ที่ดูจะเปิดตัวแรงนำหน้าชาวบ้าน

ทั้ง Toyota, Honda หรือ Mazda ก็มุ่งพัฒนาในด้านนี้

นี่ยังไม่ได้นับรวมรถยนต์จากจีน ซึ่งมีแบรนด์หลักอย่าง BAIC หรือ BYD

ตอนนี้จีนกลายเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของโลก

มียอดขายปี 2017 สูงถึง 600,000 คัน

 

ยิ่งมีคู่แข่งเยอะขึ้น นั่นหมายความว่าเหล่าผู้ผลิต ต่างก็ต้องงัดกลยุทธ์มาแย่งลูกค้า

ทั้งแข่งกันเรื่องเทคโนโลยีที่ดีกว่า คุณภาพดีกว่า รวมถึงทำราคาให้ถูกกว่า

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอีก 5-10 ปีข้างหน้า จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งสังเวียนที่แข่งกันอย่างดุเดือด

ซึ่งสุดท้ายแล้วผลประโยชน์ก็จะตกลงมายังผู้บริโภค ที่มีรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นให้เลือกใช้

จนอาจจะคล้ายกับตลาด “สมาร์ทโฟน” ในยุคปัจจุบัน

ทีมีทั้งรุ่นประหยัด รุ่นพรีเมียม ให้เลือกกันเกลื่อนตามงบและจุดประสงค์ในการใช้งานก็เป็นได้

คุณล่ะครับ คิดว่าอย่างไร?? มองอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าไว้ยังไงบ้าง?? ลองมาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ…

 

 

ติดตาม Billionaire Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionairethai/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/BillionaireThai

– ถ้าเล่นแต่ไลน์ ก็ส่งบทความให้คุณทุกวันที่ @BillionaireMindset

– ติดตามเพจ Billionaire Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

https://en.wikipedia.org/wiki/Volkswagen_Group

www.statista.com/statistics/275520/ranking-of-car-manufacturers-based-on-global-sales/

www.reuters.com/article/us-volkswagen-electric/volkswagen-group-plans-to-build-10-million-e-cars-in-first-wave-idUSKCN1LX1KZ

www.businessinsider.com/volkswagen-ceo-says-evs-will-be-as-good-as-teslas-and-half-the-price-2018-10

https://evrater.com/evs

https://3.tesla.com/model3/

https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_fastest_production_cars_by_acceleration

https://cleantechnica.com/2018/01/29/2017-china-electric-car-sales-blow-world-water-baic-ec-series-superstar/

แสดงความคิดเห็น...

SHARE

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ...