ช่อง 3 รายได้ลดลงไปมากแค่ไหน!? สรุปให้คุณเข้าใจแบบง่ายๆ

จากกำไร 4,000 ล้าน ลดเหลือเพียง 60 ล้านในเวลา 4 ปี

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่าบริษัทผู้เป็นเจ้าของ “ช่อง 3” ช่องฟรีทีวีที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

เกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วตัวเลขเหล่านั้นหายไปไหนนะ??

 

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจโครงสร้าง กลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ กันสักเล็กน้อย

โดยบริษัทแบ่งธุรกิจหลักเป็น 2 ประเภท

นั่นก็คือ “การผลิตรายการ” ส่วนนี้คือพวกรายการบันเทิง สารคดี รายการข่าวต่างๆ ที่เราได้รับชม

อีกประเภทคือ “การออกอากาศและสื่อโฆษณา” ซึ่งช่องทีวีทั้ง 3 ช่อง ทั้งรายการวิทยุ และสื่อออนไลน์ ก็อยู่ในกลุ่มนี้

ทั้ง 2 ประเภทนั้นมีการเกื้อหนุนกัน แต่แยกการบริหารงานกันเพื่อความคล่องตัวและชัดเจน

 

 

ต่อมา ลองพิจารณาจากงบการเงินของ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

ปี 2557 รายได้ประมาณ 16,381 ล้านบาท กำไร 4,414 ล้านบาท

ปี 2558 รายได้ประมาณ 16,017 ล้านบาท กำไร 2,982 ล้านบาท

ปี 2559 รายได้ประมาณ 12,534 ล้านบาท กำไร 1,218 ล้านบาท

ปี 2560 รายได้ประมาณ 11,226 ล้านบาท กำไร 61 ล้านบาท

จะพบว่ารายได้และกำไรนั้นมีแนวโน้มลดลงทุกปี แม้รายได้จะทรงตัวในระดับหมื่นล้าน แต่ตัวเลขกำไรกลับลดฮวบ

 

 

นั่นทำให้ผมศึกษาต่อไปยังส่วนของรายงานประจำปี ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้กำไรตกลงมาก

โดยการเปรียบเทียบระหว่างปี 2557  และปี 2560 เพื่อหาคำตอบว่ากำไรหายไปไหน!?

จะพบว่ารายได้หลักของบริษัทนั้นมาจาก “ขายเวลาโฆษณา” ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 90% ของรายได้ทั้งหมด

ส่วนนี้ถ้าเทียบกับ 4 ปีก่อน จะลดลงไปประมาณ 32%

ในขณะที่ “ต้นทุนขายและให้บริการ” ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของบริษัทนั้นยังอยู่ในสัดส่วนที่สูง

ปี 2557 มีต้นทุนขาย 8,363 ล้านบาท

ปี 2560 มีต้นทุนขาย 8,790 ล้านบาท (มากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 5% ซึ่งพอจะเข้าใจได้ว่าส่วนนี้น่าจะเป็น Fix Cost ซึ่งปรับขึ้นไปตามอัตราเงินเฟ้อ)

ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ คิดเป็น 95% ของค่าใช้จ่ายบริษัท

 

จึงพอจะสรุปเบื้องต้นได้ว่า…

จากเดิมที่บริษัทมีรายได้สูงในระดับ 15,000 ล้านบาท

เมื่อตัดต้นทุนหลักไปประมาณ 8,500 ล้านบาท ก็จะเหลืออีกประมาณ 6,500-7,000 ล้าน

ก่อนที่จะไปตัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ปลีกย่อย ก่อนจะหักภาษี ก็จะเหลือเป็นกำไรอยู่มหาศาล

 

แต่.. เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป

รายได้จากหลัก 15,000 ล้านบาท มันลดเหลือ 10,000 ล้านบาท

แต่ต้นทุนหลักนั้นไม่ได้ลดตามไปด้วย (และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยด้วย) อยู่ประมาณ 9,000 ล้านบาท

นั่นก็จะเหลืออีกประมาณ 1,000 ล้านบาท ที่ไปหักกับค่าใช้จ่ายปลีกย่อยแล้ว กลายเป็นว่าแทบไม่ทำกำไรเลย

 

จึงสะท้อนออกมาในงบการเงิน 3 ไตรมาสแรกของปี 2561

ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทมีรายได้ประมาณ 7,939 ล้านบาท และขาดทุนไป 70 ล้านบาท

ซึ่งก็ต้องรอติดตามกันว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในช่วงปลายปี จะสามารถทำรายได้แตะหมื่นล้าน และพลิกให้เป็นกำไรได้หรือไม่??

 

รายได้หายไปไหน??

เชื่อว่าหลายคนคงเดาคำตอบได้ไม่ยาก เมื่อ “สื่อออนไลน์” เข้ามามีบทบาทอย่างสูงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

จากข้อมูลของสมาคมโฆษณาดิจิทัล พบว่ามีการโยกย้ายเงินโฆษณาจากสื่อแบบเดิม ทั้งทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ไปยังสื่อดิจิตัลสูงมาก

ในปี 2557 เงินโฆษณาดิจิตัลทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 6,115 ล้านบาท

ส่วนปี 2560 ที่ผ่านมา เงินโฆษณาดิจิตัลประมาณ 12,402 ล้านบาท หรือโตขึ้นเกือบ 2 เท่า

และที่สำคัญคือ มีแนวโน้มเติบโตในระดับ 20% ขึ้นไปในทุกๆ ปีอีกด้วย

 

ภาพโดย: MarketingOops

 

เทรนด์ของโลกที่เปลี่ยนไป ส่งผลต่อแทบทุกธุรกิจ แม้แต่รายใหญ่อย่าง “ช่อง 3” ก็ได้รับผลกระทบ และต้องหาทางปรับตัวเช่นเดียวกัน

หันมามองที่เราเอง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรายย่อย หรือมนุษย์เงินเดือน ต่างก็ต้องได้รับผลกระทบจาก “โลกดิจิตัล” แทบทั้งสิ้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคก่อนหน้านี้ ทีวีคือสื่อที่เข้าถึงผู้คนได้มากที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของประเทศก็ตาม

แต่ทุกวันนี้ล่ะ..

วันนี้คุณยังดูทีวีสม่ำเสมอเหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้วหรือไม่?? หรือคุณหันไปเสพสื่อไหนเป็นหลักแทน??

โลกดิจิตัลส่งผลกับคุณมากเพียงใด??

คอมเม้นต์มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในประเด็นดังกล่าวได้เลยนะครับ…

 

 

ติดตาม Billionaire Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionairethai/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/BillionaireThai

– ถ้าเล่นแต่ไลน์ ก็ส่งบทความให้คุณทุกวันที่ @BillionaireMindset

– ติดตามเพจ Billionaire Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

ที่มา:

https://market.sec.or.th/public/idisc/th/FinancialReport/ALL-0000000355

https://market.sec.or.th/public/idisc/th/CompanyProfile/Listed/BEC

www.set.or.th/set/companyprofile.do?symbol=BEC&ssoPageId=4&language=th&country=TH

www.marketingoops.com/news/biz-news/digital-spending-2561/

แสดงความคิดเห็น...

SHARE

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ...