เรียนรู้ 3 เทคนิคสำคัญ ทำให้ “ไก่ทอดบอนชอน” สร้างยอดขายปีละ 1,100 ล้าน

ย้อนกลับไปในปี 2556 ไก่ทอดบอนชอนในไทย มียอดขาย 87 ล้านบาท

ผ่านมาไม่นาน ในปี 2560 รายได้ทะลุ 1,100 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 12 เท่า!!

ขายไก่ทอดอย่างไรให้ได้ปีละพันล้าน

เราย้อนไปถอดรหัสความสำเร็จของ “ไก่บอนชอน” ผ่านบทความนี้ครับ…

 

ไก่เกาหลี แต่มีสาขาที่เกาหลีน้อยกว่าประเทศอื่น??

บอนชอนเป็นแบรนด์ไก่ทอดจากเกาหลีใต้ ที่มีสาขาในประเทศเพียงแค่ 10 สาขา

แต่กลับไปได้รับความนิยมในอเมริกาแทน

เพราะหลังจากเปิดในกิจการร้านไก่ทอดในเกาหลีใต้เมื่อปี พ.ศ. 2545 ก็สร้างยอดขายชนิดที่ว่า “พออยู่ได้”

เจ้าของแบรนด์มองว่าเปิดที่เกาหลีตลาดไม่ใหญ่มาก ก็เลยนำไปทำตลาดในอเมริกา

ทีแรกเลือกเมือง Annandale ในรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งมีชุมชนของชาวเกาหลีอาศัยอยู่จำนวนมาก

เมื่อได้รับความนิยม ก็ขยายไปยังเมืองใหญ่ต่างๆ ต่อไป

จนกระทั่งปัจจุบันในอเมริกา มีไก่ทอดบอนชอนอยู่ 88 สาขา

 

ไก่ทอดบอนชอนในกรุงโซล

 

จากอเมริกา มาสู่ไทย…

เมื่อคุณลี่ และคุณพอลลี สองสาวไทยได้มีโอกาสไปเรียนต่อและใช้ชีวิตที่มหานครนิวยอร์ก ในสหรัฐอเมริกา

ไก่ทอดบอนชอน ได้รับความนิยมในหมู่นักเรียนไทยที่นั่น และถือเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงพอสมควร

ทั้งสองมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ จึงติดต่อกับเจ้าของเพื่อขอนำมาเปิดแฟรนไชส์ในไทย

โดยเลือก “ทองหล่อ” เป็นเป้าหมายสำหรับไก่บอนชอนสาขาแรก

แต่กว่าจะได้เปิด ทั้งสองก็ต้องใช้เวลา 6 เดือนในการฝึกหัดโดยตรงจากต้นตำรับ

เพราะการจะทำให้สินค้ามีคุณภาพดี คุณไม่สามารถซื้อมาเปิดแล้วจ้างคนอื่นมาทำเท่านั้น คุณต้องทำเองเป็นด้วย

ทั้งคุณลี่และคุณพอลลี เรียนรู้ทุกขั้นตอนของการทำไก่ทอดจนทำเป็นจริงๆ

พอกลับมาไทย ก็ใช้เวลาในเรื่องของการเตรียมร้าน จ้างคนงาน และขั้นตอนปลีกย่อยต่างๆ

สุดท้ายไก่ทอดบอนชอนสาขาแรก ก็ได้เปิดในไทยเมื่อเดือนมกราคม ปี 2554

 

คนกลาง: สองผู้ก่อตั้งไก่บอนชอนในไทย

 

อะไรทำให้ไก่บอนชอน ได้รับความนิยมในเมืองไทย??

1. ความแปลกใหม่

ไก่ทอดบอนชอน ถือเป็นเรื่องใหม่ที่สร้างความ “ว๊าว” เมื่อย้อนกลับไป 7 ปีก่อน

แม้ตอนนั้นสินค้าหลักจะมีเพียง “ไก่ทอด” ก็ตาม แต่นั่นคือไก่ทอดที่แตกต่างออกไปจากที่เคยกิน

นั่นเข้ากับรสนิยมของชาวไทย ที่เป็นกลุ่มชอบลองอะไรแปลกใหม่อยู่พอดี

เราจะเห็นภาพของคนไทย ไปต่อคิวเพื่อลิ้มลองอาหารร้านอาหารใหม่ๆ กันอยู่ตลอด

แต่การจะทำให้คนเหล่านั้นยังกลับมากินได้ นั่นก็ต้องเป็นเรื่องของ “คุณภาพ” ด้วยเช่นกัน

 

2. ความใส่ใจอย่างจริงจัง

อย่างที่เล่าไปว่าผู้บริหารทั้ง 2 คน ต้องฝึกงานกันอยู่ถึง 6 เดือน กว่าที่จะกลับมาเปิดร้านแรกในไทยได้

นั่นเพราะพวกเขาต้องการเรียนรู้ และสร้างอาหารที่มีคุณภาพแบบต้นฉบับขึ้นมาจริงๆ

นอกจากนี้ ยังต้องคิดว่าจะปรับไก่ทอดบอนชอน ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนไทยอย่างไร

จะขายแบบซื้อกลับ ขายแบบฟาสต์ฟู๊ด หรือจะทำเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์จะดีกว่ากัน

ทั้งสองยังบอกว่าจะเปิดร้าน ก็ต้องมองมันเป็นธุรกิจอย่างจริงๆ จังๆ

จะมองว่ามันเป็นแค่งานพาร์ทไทม์เวลาว่างไม่ได้

เพราะถ้าคิดแบบนั้น ก็เท่ากับว่าเราตั้งแนวคิดไว้ว่ามันไม่จริงจังตั้งแต่ต้น มันก็ยากที่จะรักษาคุณภาพและสำเร็จได้ในระยะยาว

 

3. รับฟังความเห็นของลูกค้า

อีกหนึ่งช่องทางของการทำให้สำเร็จ คือการนำฟีดแบ็คจากลูกค้ามาปรับปรุง

อย่างไก่ทอดบอนชอนในนิวยอร์ก คงไม่มีใครอยากกินคู่กับข้าวเหนียว

แต่นั่นคือวัฒนธรรมการกินของคนไทย เมื่อมีลูกค้าแนะนำว่าควรมีข้าวเหนียว ผู้บริหารก็ต้องกลับมาคิดว่าควรปรับใส่เข้าไปหรือไม่

นอกจากเรื่องเมนู ก็ยังมีเรื่องของการตกแต่งร้าน การเพิ่มสาขาให้เข้าถึงผู้บริโภค

ร้านต้องเลือกสถานที่ใหม่ให้ดี ฟังจากลูกค้าว่านอกจากทองหล่อแล้วพวกเขาสะดวกจะไปกินที่ไหน

จนกระทั่งปี 2557 จึงได้เปิดสาขาที่สอง ในห้างเซ็นทรัลเวิร์ลในที่สุด

และนั่นก็ยังคงได้รับความนิยม เพิ่มทั้งยอดขาย และคนรู้จักแบรนด์มากขึ้นตามไปด้วย

 

ไก่ทอดบอนชอน สาขาทองหล่อ

ภาพโดย: atsukumvit.files.wordpress

 

รายได้ของบอนชอน มากแค่ไหน??

ย้อนกลับไปดูรายได้ของบริษัท มาชิสโสะ จำกัด ย้อนหลังตลอด 5 ปี พบว่า

ปี 2556 รายได้ประมาณ 87 ล้านบาท กำไรประมาณ 4 ล้านบาท

ปี 2557 รายได้ประมาณ 245 ล้านบาท กำไรประมาณ 41 ล้านบาท

ปี 2558 รายได้ประมาณ 584 ล้านบาท กำไรประมาณ 110 ล้านบาท

ปี 2559 รายได้ประมาณ 974 ล้านบาท กำไรประมาณ 311 ล้านบาท

ปี 2560 รายได้ประมาณ 1,118 ล้านบาท กำไรประมาณ 313 ล้านบาท

อัตราการเติบโตของรายได้นั้นคิดเป็น 180%, 138%, 66% และ 15% ในแต่ละปี

ส่วนการเติบโตกำไรก็เพิ่มขึ้นสูงเรื่อยๆ คิดเป็น 900%, 167%, 181% และ 0.43% ตามลำดับ

 

จากตัวเลขนี้ น่าจะสะท้อนได้ว่า..

ปัจจุบันไก่ทอดบอนชอน มีสาขาในประเทศไทยถึง 33 สาขา โดยอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลเกือบทั้งหมด

การเติบโตในช่วงหลังที่ช้าลง ก็เพราะมีจำนวนสาขาที่ค่อนข้างอยู่ตัวแล้ว

โอกาสการเติบโตในอนาคต น่าจะเป็นการขยายไปตามหัวเมืองใหญ่ๆ ในไทย ซึ่งปัจจุบันก็มีที่นครราชสีมา และพัทยาอย่างละ 1 สาขา

ถ้ามีความต้องการของผู้บริโภคในเมืองอื่นๆ อย่างเช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น แล้วสามารถไปเปิดบริการได้

ก็น่าจะเพิ่มการเติบโตของรายได้ให้สูงขึ้นไปอีกนั่นเอง

 

เราเรียนรู้อะไรจากไก่บอนชอน…

เรามักจะเห็นธุรกิจ หรือร้านอาหารหลายแห่งได้รับความนิยมในช่วงแรกที่เปิดตัวใหม่ๆ มีคนไปต่อคิวกินอย่างไม่ขาดสาย

แต่ผ่านไปไม่นาน จำนวนคิวกลับลดลง และลูกค้าในร้านก็ค่อยๆ หายไปในที่สุด

นั่นเพราะพวกเขาไม่สามารถคง “คุณภาพ” และ “การกลับมาซื้อซ้ำ” ของลูกค้าเอาไว้ได้

ในขณะที่ไก่ทอดบอนชอน เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่สามารถรักษาคุณภาพจุดนั้นไว้ได้

แม้จะผ่านมาถึง 7 ปีแล้ว เราก็ยังคงได้เห็นคนไปนั่งกินไก่ทอดบอนชอนกันอยู่ตลอด

ถึงจะมีทั้งคู่แข่งเป็นแบรนด์ไก่ทอดจากเกาหลีเจ้าอื่น หรือแบรนด์ไทยที่ทำในลักษณะคล้ายกันขึ้นมามากก็ตาม

 

นั่นทำให้ “บอนชอน” พัฒนาจากไก่ทอดหลักล้าน เป็นหลักร้อยล้าน 

และกลายเป็น “ไก่ทอดพันล้าน” ได้ในท้ายที่สุด….

 

ติดตาม Billionaire Mindset ได้ในหลากหลายช่องทาง

– เริ่มจากช่องทางใหม่ล่าสุด อินสตาแกรม https://www.instagram.com/billionairethai/

– ตามต่อในทวิตเตอร์ https://twitter.com/BillionaireThai

– ถ้าเล่นแต่ไลน์ ก็ส่งบทความให้คุณทุกวันที่ @BillionaireMindset

– ติดตามเพจ Billionaire Mindset – แนวคิดพันล้าน อย่าลืมตั้งค่า See First เพื่อไม่ให้พลาดทุกโพสต์ใหม่นะครับ!!

 

 

ที่มา:

en.wikipedia.org/wiki/Bonchon_Chicken

www.brandbuffet.in.th/2016/06/bonchon-chicken-strategy-thailand/

www.sanook.com/money/514595/

https://datawarehouse.dbd.go.th/bdw/est/details4.html?jpNo=0105553074184

www.bonchonthailand.com

แสดงความคิดเห็น...

SHARE

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ...